“ติปิฏกธระ จากพม่าสู่สยาม”

โดย : admin 2020-05-06 15:37:53


“ติปิฏกธระ จากพม่าสู่สยาม”

พระเถระผู้ทรงพระไตรปิฎก 9 รูปสาธยายพระไตรปิฎก

ติปิฏก หรือ เตปิฏก หมายถึงพระไตรปิฎก คัมภีร์รวบรวมพระพุทธพจน์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีจำนวน 16,000 หน้า คำนวนเป็นพยัญชนะได้ทั้งสิ้น 240,000 อักษร

ในทางตำนานพุทธศาสนาเถรวาท ได้พรรณนาไว้ว่า นายวาณิชมอญ 2 คนจากบริเวณพม่าตอนล่างนำเส้นพระเกศาของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานไว้ในวัดเล็ก ๆ วัดหนึ่ง ต่อมาเป็นที่สร้างเจดีย์พระเกศธาตุ (ชเวดากอง) ในทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่า พุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศพม่า แต่เมื่อคราวที่พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงโปรดอุปถัมภ์การทำสังคายนา ครั้งที่ 3 (พ.ศ. 236) แล้วจึงส่งพระสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแถบ ประเทศต่าง ๆ รวม 9 สายด้วยกัน รวมถึงดินแดนที่เรียกว่าสุวรรณภูมิด้วย ส่วนหนึ่งได้จำเริญรุ่งเรืองในประเทศพม่าหรือสหภาพเมียนมาร์ในปัจจุบัน

จำเพาะในประเทศพม่าเอง มีการทำสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น 2 ครั้ง คือการสังคายนาพระไตรปิฎก ณ เมืองมัณฑะเลย์ (พ.ศ. 2414) เป็นการสังคายนาครั้งที่ 1 ของพม่า (แต่นับว่าเป็นครั้งที่ 5 ต่อจากครั้งจารึกลงในใบลานของลังกา) สังคายนาครั้งนี้ มีการจารึกพระไตรปิฎกลงในแผ่นหินอ่อน 249 แผ่น ณ เมืองมัณฑะเลย์ ด้วยการอุปถัมภ์ของพระเจ้ามินดง กระทำอยู่ 5 เดือนจึงแล้วเสร็จ

การทำสังคายนาครั้งที่ 2 ในพม่า (ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 6 คือฉัฏฐสังคายนา พ.ศ. 2497 – 2499) เพื่อเป็นการฉลอง 25 พุทธศตวรรษหรือกึ่งพุทธกาล มีการเชื้อเชิญพุทธศาสนิกชนจากหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศเถรวาท คือ พม่า ลังกา ไทย ลาว เขมร เพื่อเข้าร่วมทำสังคายนานี้ ความสำคัญของการสังคายนาคราวนี้อยู่ตรงที่การใช้พระไตรปิฎกภาษาบาลีอย่างเดียวกัน เมื่อเสร็จแล้วได้ตีพิมพ์เป็นพระไตรปิฎกฉบับอัฏฐสังคายนาอักษรพม่าจำนวน 40 เล่ม แจกจ่ายไปในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ในงานวิจัยของโรเบิร์ต เอช เทย์เลอร์ อ้างว่า “ประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ทรงใช้วิธีการสอบแบบสงฆ์ที่เรียกว่า ‘พระธรรมพยาน’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสามารถของพระสงฆ์ มาทดสอบความเหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่งราชการ การสอบของพระสงฆ์คงเป็นวิธีการที่น่าเชื่อถือจนกษัตริย์ต้องนำเอาวิธีการสอบไปใช้”

ในสมัยพระเจ้ามินดงของพม่า( ค.ศ.1808 –1878) มีการสอบพระปริยัติธรรม วิชาที่สอบแบ่งเป็น 4 ชั้นคือ ชั้นต้น ต้องสอบท่องคัมภีร์กัจจายนไวยากรณ์ 8 กัณฑ์ ด้วยปากเปล่า อภิธานนัปปทีปิกา 1203 คาถา วุตโตทัย ฉันโทปกรณ์ สุโพธาลังการ อภิธรรมมัตถสังคหะ 9 ปริจเฉท มาติกา ธาตุกถา 14 นัย ยมก 5

ชั้นกลาง สอบท่องปากเปล่าคัมภีร์ในชั้นต้นทั้งหมด โดยเพิ่มยมกเป็น 10 ยมก

ชั้นสูง สอบแบบชั้นกลาง แต่เพิ่มคัมภีร์ปัฎฐานแต่ต้นจนจบกุสลติกะ

ชั้นสูงสุดจะต้องสอบแข่งขันกันทั้งหมดเพื่อให้ได้ที่ 1 โดยได้วุฒิการศึกษาธรรมจริยะ

อย่างไรก็ตาม ในสมัยพระเจ้าธีบอได้ยกเลิกการสอบชั้นสูงสุดไป ยุคต่อมา การเรียนการสอนของคณะสงฆ์พม่ามีองค์กรที่รับผิดชอบ 2 องค์กร คือ รัฐบาล และสมาคมเอกชน โดยรัฐบาลนั้นแบ่งการสอบเป็น 4 ประเภท คือ

1.การสอบส่วนกลาง (ปฐมเปีย)

2.การสอบธรรมจริยะชั้นพิเศษ (มหาธรรมาจริยะ และปาฬิปารคู)

3.การสอบปิฎกธร

4.มหาวิทยาลัย

ส่วนสมาคมเอกชน ซึ่งแบ่งการสอบเป็น 2 ประเภท คือ ก.การสอบของภิกษุเรียกว่า อภิวังสะ และ ข.การสอบของสามเณรเรียกว่า สามเณรจ่อ (สามเณรใจสิงห์) การสอบของสมาคมเอกชนนั้นจัดในจังหวัดต่าง ๆ เอกชนที่จัดมีชื่อเสียงนับร้อยปี ได้แก่ เจติยังคณะ และสักยสีหะ ผู้สอบได้จากสมาคมเอกชนจะมีคำลงท้ายว่า อภิวังสะ เหมือนกัน แต่กล่าวกันว่าการสอบภาคเอกชนนี้ยากนัก ปีหนึ่งสอบ 100 รูป จะสอบได้อย่างมาก 5 รูปเท่านั้น

การศึกษาพระไตรปิฎกของพม่า จะมีสถาบันที่ให้การศึกษาโดยเฉพาะแห่งเดียวในประเทศพม่า และแห่งเดียวของโลก ซึ่งอยู่ในจังหวัดเมงกุน เมืองโมเมะกงเม ซึ่งเรียกชื่อว่า ตรีปิฎะกะนิกายะเมงกุนธรรมนาถ ซึ่งเป็นสถาบันสุงสุด ในการศึกษาพระไตรปิฎกของประเทศ

ส่วนการสอบปิฎกธร (ของรัฐบาล) แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1. ภณนะ คือ ท่องบ่นสาธยายทั้ง 5 นิกาย

2. ลิขนะ คือ ตอบคำถามใน 5 นิกาย ทั้งพระบาลี อรรถกถา ฎีกาและอนุฎีกาได้ทั้งหมด ซึ่งมีคำถาม 12 ข้อ ให้เลือกตอบ 10 ข้อ

ในจำนวนการสอบท่อง 100 รูปนั้น จะมีการสอบได้ตามภาณกะต่าง ๆ เพียง 20 รูป เป็นอย่างมาก และในจำนวนผู้สอบได้ทั้ง 20 รูปนั้น จะต้องมาสอบข้อเขียนอีก แต่เมื่อเข้ามาสอบข้อเขียนแล้ว จะเหลือที่สอบได้เพียง 2 หรือ 3 รูปเท่านั้น

วิธีสอบ ผู้สอบต้องท่องให้กรรมการ 3 รูป ที่เป็นผู้ชำนาญพระไตรปิฎกฟัง มีบัณฑิตนั่งกางพระไตรปิฎกฉบับบาลีดูขนาบข้างอีก 1 คน พระผู้สอบจะนั่งหันหน้าตรงไปทางพระมหาเถระผู้เป็นประธาน ภายใต้เศวตฉัตรสีขาว 3 ชั้น แล้วก้มศีรษะลงที่หมอนแล้วสวดไปไวๆ แบบสวดปาติโมกข์

เวลาในการสอบท่อง ใช้เวลาเป็นเดือน เพราะมีพระภิกษุสามเณรเข้าสมัครสอบกันมาก บางปีมีจำนวนผู้เข้าสอบถึง 100 รูป ในจำนวนดังกล่าวมีสามเณรเข้าสอบด้วย จากนั้นจะทำการสอบท่องปากเปล่า โดยเริ่มจากพระวินัยปิฎก หากทรงจำได้โดยไม่ผิดพลาดแม้แต่อักขระเดียว จะเรียกว่าพระวินัยธร (วินัยธะระ) จะมีการสอบข้อเขียนบรรยายให้ครบถ้วนตามพระวินัยปิฎก เมื่อผ่านแล้วจะแล้วเรียกว่าวินัยโกวิทะ จากนั้นจะเริ่มศึกษาพระสูตร ตามลำดับ

เมื่อสอบปากเปล่าทรงจำพระสูตรได้แล้ว จะเรียกว่าทีฆะปานะกะ และต้องสอบข้อเขียนบรรยายให้ครบถ้วน เมื่อสอบผ่านจะเรียกว่าฑีฆะนิกายะโกวิทะ จากนั้นจึงมาเริ่มศึกษาพระอภิธรรมปิฏก และทำการสอบเช่นเดิมที่ผ่านมาอีก หากผ่านการสอบปากเปล่าจะเรียกว่ามูลอภิธรรมมิกะ และผ่านข้อเขียนจะเรียกว่า อภิธรรมโกวิทะ ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 1 ปี เมื่อสำเร็จและจะศึกษาพระคัมภีร์อภิธรรมอีก คือ ยมกะ 3 เล่ม ปัฏฐาน อีก 5 เล่ม รวม 4,000 หน้า เมื่อสอบปากเปล่าผ่านจะเรียกว่า ตรีปิฏกธร ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้ทรงจำพระไตรปิฏก และ ต้องสอบข้อเขียนบรรยายอีก รวม 4,000 หน้า จะได้วุฒิเป็นตรีปิฏกโกวิทะ

ในจำนวนพระไตรปิฏกฉบับฉฏฐสังคยนา 40 เล่มดังได้กล่าวมานั้น 20 เล่มจะเรียนกับพระอาจารย์ ส่วนอีก 20 เล่มจะเป็นการศึกษาวิจัยด้วยตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลาการเรียน สอบทั้งท่องและบรรยาย ทั้งหมดเป็นเวลา 10 ปี การศึกษาดังกล่าวจะไม่มีการศึกษาในวิชาอื่น ๆ นอกจากพระไตรปิฎกเลย ต่อจากนั้นอีก 5 ปี จะทำการสอบใหม่เหมือนข้างต้นทั้งหมดและยังตรวจสอบความประพฤติ 4 ข้อ คือ

1. ทำให้วัตรปฏิบัติของพระภิกษุสามเณรดีงาม

2. ทำให้มีการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างถี่ถ้วน

3. ทำให้เกิดความแตกฉานและเชี่ยวชาญในภาษาบาลี

4. ทำให้เข้าใจวิธีการใช้ภาษาและสามารถเขียนบทประพันธ์ด้วยตนเองได้

ในการสอบยังมีการสอบปิฎกธระ หรือพระภิกษุที่สามารถทรงจำพระไตรปิฎกได้ ผู้สอบผ่านจะมีนามพิเศษ ว่า “เตปิฎกธรธรรมภัณฑาคาริกะ” โดยมีพัดงาเป็นสัญลักษณ์ กินเนสส์บุ๊ค (ค.ศ.1985) บันทึกไว้ว่า บุคคลผู้ทรงจำพระพุทธพจน์ที่ประมวลไว้ในพระไตรปิฎกได้มากที่สุดในโลก คือ พระอาจารย์ภัททันตะ วิจิตตะ สาราภิวังสะปฐมตริปิฎกะธร ตรีปิฏกโกวิทะ ตรีปิฎกะธรรมภัณฑาคาริกะ เรียกอีกอย่างว่า "ปฐมเมิงกุน สยาดอ เมืองสะกาย" ท่านสามารถจดจำถ้อยคำในพระไตรปิฎกได้ทุกหน้า ทุกบรรทัดอย่างแม่นยำ

“...the sayadaw as a record holder in the Human memory category. The exact entry was Human memory: Bhandanta Vicitsara (sic) recited 16,000 pages of Buddhist canonical text in Rangoon, Burma in May 1954. Rare instances of eidetic memory — the ability to project and hence “visually” recall material– are known to science.”

“พระอาจารย์ใหญ่เมงกุนสียาดอ ประเทศพม่า มีความทรงจำท่องพระไตรปิฎก 16,000 หน้า (240,000 ตัวอักษร) ได้ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2497 (ค.ศ.1954) ซึ่งเป็นตัวอย่างของความทรงจำของมนุษย์ที่หาได้ยากมาก” ผู้ที่สอบได้ทั้ง 3 ปิฎก เป็น เตปิฎกธระ ธัมมภัณฑาคาริกะ นั้น สามารถโดยสารทั้งเรือ รถไฟ รถยนต์ และเครื่องบินโดยไม่มีค่าใช้จ่ายไปทั่วประเทศ พร้อมทั้งศิษย์ผู้ติดตาม 2 คน นอกจากนี้รัฐบาลยังถวายนิตยภัตอีกเดือนละ 1.800 จ๊าด สมัยนั้นเท่ากับเงินไทย 5,400 บาท (จากข้อมูล พ.ศ. 2538)

พุทธศาสนิกชนชาวพม่าจะให้การนับถือ พระไตรปิฎกธร กล่าวคือพระผู้ท่องพระไตรปิฎกได้ทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ ทั้งบาลีและคำแปลโดยสามารถว่าด้วยปากเปล่านี้ เป็นอย่างยิ่ง เพราะนับแต่เปิดหลักสูตรนี้มาได้ประมาณ 70 ปี มีพระภิกษุพม่าที่สอบผ่านจำนวนทั้งสิ้นเพียง 15 รูป (จนถึงพ.ศ.2560) ในจำนวนนี้ มีพระภิกษุที่มรณภาพแล้ว 4 รูป คงเหลือ 11 รูป โดยมี 1 รูปตั้งสัตยาธิษฐานว่าจะไม่เดินทางออกนอกดินแดนประเทศพม่าอย่างเด็ดขาด

โดยที่ก่อนหน้านี้ พระอาจารย์ไตรปิฎกธรฯ แห่งพม่า 2 รูปคราวหนึ่ง (พ.ศ.2554) และ 7 รูปอีกคราวหนึ่ง(พ.ศ.2560) ได้เคยรับอาราธนาจากคณะสงฆ์ไทย เพื่อสาธยายพระไตรปิฎกแก่ชาวพุทธไทยและมาเยี่ยมแสดงธรรมเทศนาแก่ชาวพม่าที่ อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาแล้ว โดยท่านแสดงความสามารถท่องจำพระไตรปิฎกได้แบบน่าอัศจรรย์อย่างเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว

และล่าสุดในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ พระมหาเถระผู้ทรงพระไตรปิฎกจากสหภาพพม่าเป็นจำนวน 9 รูป จะเดินทางมาสวดสาธยายพระไตรปิฎกและติปิฏกเทสนาในประเทศไทย ในหัวข้อชื่อ “การศึกษาและสืบสานพระไตรปิฎก” และ “การศึกษาและสืบสานพระไตรปิฎกในนานาประเทศ” ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่

1. ปัญจมะ ติปิฏกธระ ยอสย่าด่อ พระภัททันตะ สิรินทาภิวังสะ

2. ฉัฏฐมะ ติปิฏกธระ เหย่สะโจ่สย่าด่อ พระภัททันตะ วายามินทาภิวังสะ

3. สัตตมะ ติปิฏกธระ หม่อจวนสย่าด่อ พระภัททันตะ สีลักขันธาภิวังสะ

4. อัฏฐมะ ติปิฏกธระ เมียงหมู่สย่าด่อ พระภัททันตะ วังสปาลาลังการะ

5. นวมะ ติปิฏกธระ เมียงฉั่งสย่าด่อ พระภัททันตะ คันธมาลาลังการะ

6. ทสมะ ติปิฏกธระ ชวนลวนสย่าด่อ พระภัททันตะ สุนทระ

7. เอกาทสมะ ติปิฏกธระ รัมมาวดี สย่าด่อ พระภัททันตะ อินทปาละ

8. ทวาทสมะ ติปิฏกธระ สะไกสย่าด่อ พระภัททันตะ อภิชาตาภิวังสะ

9. เตรสมะ ติปิฏกธระ ภุคะเหล่งสย่าด่อ พระภัททันตะ อินทาจริยะ


Debug